“พาร์กินสัน” ไม่ได้มีแค่อาการสั่น

หากกล่าวถึงโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงอาการที่ผิดปกติทางการเคลื่อนไหว เช่น อาการสั่น เคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อแข็งเกร็งเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงผู้ป่วยพาร์กินสันอาจมีอาการอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากอาการทางการเคลื่อนไหว (non-motor symptoms) ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแลได้เช่นกัน

ทั้งนี้ โรคพาร์กินสันเป็นโรคเรื้อรังทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุทั่วโลก หรือประมาณร้อยละ 1 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ความชุกของโรคจะพบสูงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในปัจจุบันพบผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีอายุน้อยลงหรือประมาณ 40 – 50 ปี เพิ่มขึ้น

รศ.นพ. ประวีณ โล่ห์เลขา หน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ในระบบประสาทส่วนกลางซึ่งมีหน้าที่ในการสร้างสารสื่อประสาทที่เรียกว่า โดปามีน (dopamine) มีหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อปริมาณของสารโดปามีนลดลงจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ จะทำให้เกิดอาการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ เช่น อาการสั่น เคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง และทรงตัวลำบาก ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะมีการดำเนินโรคแบบค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ผู้ป่วยมักมีอาการที่นอกเหนือจากการเคลื่อนไหว เช่น อาการอ่อนเพลีย ซึมเศร้า วิตกกังวล นอนไม่หลับ นอนละเมอ ท้องผูก ปัสสาวะลำบาก หลงลืมง่าย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการที่นอกเหนือจากการเคลื่อนไหวมาก่อนกลุ่มอาการทางการเคลื่อนไหวอีกด้วย

“กลุ่มอาการที่นอกเหนือจากการเคลื่อนไหว เช่น อาการท้องผูกเป็นประจำ อาการนอนละเมอคล้ายตอบสนองต่อความฝัน (REM behavior disorder, RBD) อาการซึมเศร้า และความผิดปกติของการดมกลิ่นหรือรับรส สามารถพบได้ตั้งแต่ก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการทางการเคลื่อนไหว ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเหล่านี้นำมาก่อนล่วงหน้าได้นานถึง 5-10 ปี อาการวิตกกังวล ปวดเกร็ง ปัสสาวะลำบาก อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ สามารถพบได้ในทุกระยะของโรค อาการหลงลืมง่าย ประสาทหลอน กลืนลำบาก สำลัก และทรงตัวลำบากมักเป็นอาการที่ตามมาในระยะหลัง ประวัติของอาการในข้างต้นและการดำเนินโรคมีความสำคัญและมีส่วนช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรค” รศ.นพ.ประวีณ กล่าว

ผู้ป่วยพาร์กินสันแต่ละรายอาจมีอาการที่นอกเหนือจากการเคลื่อนไหวที่มากน้อยแตกต่างกัน หากผู้ป่วย ผู้ดูแล และแพทย์ตระหนักถึงปัญหาของอาการที่นอกเหนือจากการเคลื่อนไหวที่เป็นปัญหาหลักของผู้ป่วยได้อย่างชัดเจน ก็จะสามารถช่วยให้แพทย์ทำการรักษาได้อย่างละเอียดและถูกต้องมากยิ่งขึ้น ชมรมพาร์กินสันไทย และหน่วยประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้ร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชัน Thai-NMSQ เพื่อเป็นเครื่องมือในการคัดกรองอาการที่นอกเหนือจากการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ซึ่งจะทำให้ได้ผลการรักษาที่ยั่งยืนและเหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด

แอปพลิเคชัน Thai-NMSQ ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นแบบสอบถามอาการที่นอกเหนือจากการเคลื่อนไหว จำนวน 40 ข้อ ด้วยคำถามพร้อมภาพประกอบที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ แบ่งเป็น 10 หมวดหมู่ ได้แก่ 1. ปัญหาการนอนหลับและอาการอ่อนเพลีย 2. ปัญหาระบบไหลเวียนโลหิตและการอาการหกล้ม 3. ปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรม 4. ปัญหาด้านการรับรู้และอาการประสาทหลอน 5. ปัญหาด้านความจำและสมาธิ 6. ปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร 7. ปัญหาทางระบบทางเดินปัสสาวะ 8. ปัญหาทางเพศ 9. ปัญหาอื่นๆ และ 10. อาการขาดความยับยั้งชั่งใจซึ่งอาจเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยา แต่ละคำถามนั้นจะมีระดับความถี่ของอาการในช่วงหนึ่งเดือนให้ผู้ป่วยได้เลือก พร้อมสรุปผลและบันทึกเป็นภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการนำไปเป็นข้อมูลให้แพทย์ทำการวินิจฉัยต่อไป

“การพัฒนาแอปพลิเคชัน Thai-NMSQ นอกจากจะช่วยให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถจดจำอาการของผู้ป่วยได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความเป็นกังวลของผู้ป่วยว่าอาการต่างๆ จะเป็นสัญญาณเสี่ยงถึงโรคอื่นๆ หรือไม่ รวมถึงย่นระยะเวลาการซักประวัติและการวินิจฉัยของแพทย์อีกด้วย ผู้ป่วยและผู้ดูแลรวมถึงแพทย์สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Thai-NMSQ ฟรีได้แล้วที่ App Store สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS และที่ Google Play Store สำหรับระบบระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์” รศ.นพ.ประวีณ กล่าว

ขอบคุณ สสส.